22 April 2009

เกณฑ์การประเมินแบบ Rubrics

การประเมินผู้เรียน นั้น มีรูปแบบการประเมินหลากหลาย ประเมินได้หลายช่วงของการเรียนการสอน ตั้งแต่ระหว่างเรียน เสร็จสิ้นการทำงาน และประเมินด้วย Portfolios
Rubrics เป็นรูปแบบของเครื่องมือในการประเมิน ที่กำลังมีบทบาทสำคัญ และได้รับความนิยมมาก
จากการการค้นคว้า พบว่า การประเมิน โดย ใช้ Rubric นั้น มี 2 วิธี คือ
1. แบบHolistic scales เป็นการให้คะแนนโดยนำรายการประเมินที่ต้องการวัดมาอยู่รวมกัน ในแต่ละระดับคุณภาพ เป็นการดูในภาพรวม ข้อดี ก็คือให้คะแนนได้อย่างรวดเร็ว
2. แบบAnalytical scales เป็นการให้คะแนนโดยแยกประเด็นรายการที่ต้องการวัด เขียนคำบรรยายคุณภาพในแต่ละระดับ ต้องดูและวัดนักเรียนที่ละพฤติกรรม ค่อนข้างช้า ข้อดี ก็คือ จะทราบพฤติกรรม และเรียนรู้นักเรียนเป็นรายบุคคลรายลักษณะพฤติกรรมได้อย่างดี สามารถนำข้อมูลไปแก้ไขเฉพาะพฤตกรรม หรืองานที่มีข้อบกพร่องได้โดยเฉพาะ
การสร้างเกณฑ์ การประเมินแบบ Rubrics ครูผู้สอน ต้องกำหนดผลการเรียนรู้ที่คาดหวังหรือจุดประสงค์ที่คาดหวังว่าจะเกิดขึ้นกับผู้เรียน กำหนดเกณฑ์การประเมินที่แสดงให้เห็นถึงระดับคุณภาพของนักเรียนแต่ละคน กำหนดระดับคุณภาพ โดยบรรยายคุณภาพของแต่ละระดับ สำหรับเป็นเกณฑ์ตัดสินนักเรียนหรือผลงานนักเรียน ให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการสร้างเกณฑ์การประเมิน เพื่อให้นักเรียนได้เข้าใจและสามารถปฏิบัติงานได้ตรงตามที่นักเรียนต้องการ และจะชี้ให้เห็นถึงระดับของผลงานของนักเรียน การใช้ Rubrics ต้องอธิบายถึงผลงานของนักเรียนสัมพันธ์กับระดับคุณภาพใด นักเรียนสามารถประเมินผลงานว่าควรอยู่ในระดับใดได้ด้วยตนเอง ความสามารถของนักเรียนควรมีความเหมาะสมกับชิ้นงานคำอธิบายคุณภาพในแต่ละรายการให้มีความชัดเจนเพียงพอที่จะทำให้นักเรียนเข้าใจในการปฏิบัติงานให้ได้ตามที่คาดหวังไว้ ซึ่ง ตัวอย่างเกณฑ์ Rubric มีอย่างมากมาย สามารถนำไปประยุกต์ดัดแปลงได้ ตามความเหมาะสม

แหล่งข้อมูล

07 April 2009

สร้างสรรค์WebQuest


การสร้าง WebQuest แบบปรับเปลี่ยนของผู้อื่น หรือ การ adapting
การสร้าง WebQuest ที่ไม่ต้องเริ่มสร้างเอง มีวิธีการคือนำของของผู้อื่นที่สร้างขึ้นแล้ว มาปรับเปลี่ยนรูปแบบ ให้เหมาะสมกับงาน หรือวัตถุประสงค์ของผู้สอน ซึ่งนำข้อได้เปรียบของ WebQuest จำนวนมาก ที่ผู้อื่นสร้างไว้มาใช้ มีขั้นตอนการทำคือ
1. เลือกหัวข้อ
ต้องเลือกหัวข้อการเรียนรู้ ที่ตรงกับเนื้อหาและกับจุดมุ่งหมายที่จะให้เกิดการเรียนรู้
2. การค้นหา WebQuests ที่มีอยู่
ค้นหา WebQuests ที่ดี ที่ตรงกับกิจกรรมการเรียน ที่ต้องการให้นักเรียนเรียนรู้
3. ตรวจสอบว่าสามารถใช้ได้ ที่มีอยู่แล้ว อาจใช้ได้เลยตรงตามจุดประสงค์ หรืออาจต้องปรับเปลี่ยนบทเรียนบ้างเพียงเล็กน้อย เพื่อพัฒนาให้เป็นไปตามสิ่งที่เราต้องการ ตรงกับที่สนใจ
4. เลือก WebQuests ที่มีศักยภาพ
อาจมี WebQuests ที่ ไม่ได้ตรงกับสิ่งที่ต้องการ ที่เหมาะสมเพิ่มเติม ซึ่ง ควรจะมีคุณสมบัติเหล่านี้
1. เชื่อมโยงทุกสิ่งที่ปรากฏและมีความทันสมัย.
2. น่าสนใจ วางตัวสะกด ไวยากรณ์ อย่างอิสระ
3. ไม่มีข้อผิดพลาดด้านเทคนิค.
4. เป็นงานที่ถูกใจและต้องสูงกว่าระดับคิด
5. แนวการเรียนรู้ตรงกับหัวข้อการเรียนรู้
6. อ่านง่ายตรงกับระดับของนักเรียน
5. ระบุการแก้ไขที่ต้องการ
ศึกษาแต่ละบทเรียนมีรายละเอียดและควรแก้ไข อย่างไร เพื่อการใช้ประโยชน์ จากWebQuest ที่เต็มรูปแบบ
6. ขออนุญาตผู้คิดค้น
บางเว็บอาจใช้ได้เลย ยกเว้นในกรณีที่ผู้สร้าง WebQuest ได้บอกอย่างชัดเจนว่าไม่อนุญาตให้บุคคลอื่นแก้ไข และรายงาน จึงต้องขออนุญาตผู้สร้างเสียก่อน
7. ดาวน์โหลด WebQuest
. โปรแกรม Internet Explorer เป็นเบราเซอร์ที่ใช้ในการเปิด ใช้เวอร์ชันของ Netscape หรือ Mozilla ที่ทันสมัย วิธีการคือไปที่เว็บไซต์และดูใต้เมนู File ในบราวเซอร์ เลือก แก้ไขเพจ จะมีสำเนาของเพจที่กำลังดูที่รวมถึงกราฟิกที่พร้อมจะแก้ไขเรียบเรียง
8. แก้ไขและเพิ่มประสิทธิภาพ
ทำรายการที่ต้องการเปลี่ยนแปลงที่ได้ระบุในเนื้อหาให้ครบถ้วนเพื่อความมีประสิทธิภาพของ WebQuest
9.ประเมินและปรับตามต้องการ
เมื่อทดลองใช้ รับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากบุคคลอื่น นำมาปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ให้เหมาะสม
10. เผยแพร่และแบ่งปัน
ปรับปรุงเป็นบทเรียนใหม่ เพื่อส่งออกไปยังที่อื่น

อ้างอิง จาก http://webquest.sdsu.edu/adapting/index.html

22 March 2009

What is e-Learning and Blended learning

What is e-Learning. ? And About Blended learning.
e-Learning วิธีการเรียนผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ซึ่งใช้การนำเสนอเนื้อหาทางคอมพิวเตอร์ ในรูปของสื่อ มัลติมีเดี่ย ได้แก่ ข้อความอิเล็กทรอนิกส์ ภาพนิ่ง ภาพกราฟิก ภาพเคลื่อนไหว ภาพสามมิติ ฯลฯ e-learning เป็นการ สร้างสิ่งแวดล้อม ทางการเรียนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้เพราะมีงานวิจัยหลายชิ้นที่สนับสนุนว่า เนื้อหาการเรียน ซึ่งถูกถ่ายทอดผ่านทาง มัลติมีเดี่ยนั้นสามารถทำให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้ดีกว่าการเรียนจากสื่อข้อความ เพียงอย่างเดียว นอกจากนี้การที่เนื้อหาการเรียนอยู่ในรูปของข้อความอิเล็กทรอนิกส์ (e-text) ซึ่งได้แก่ขอ้ความซึ่งได้รับการจัดเก็บ ประมวล นำเสนอ และเผยแพร่ทาง คอมพิวเตอร์จึงทำให้มีข้อได้เปรียบสื่ออื่น ๆ หลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้าน การเข้าถึงข้อมูลที่ต้องการ ด้วยความสะดวกและรวดเร็วความคงทนของข้อมูล รวมทั้งความสามารถในการทำข้อมูลให้ทันสมัยอยู่ตลอดเวลามีการพัฒนาขึ้นมาก ในสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษา ในสหรัฐอเมริกานั้นนักเรียนมีส่วนร่วม ในการเรียน on-line มาก e-Learning เหมาะสมกับ การเรียนทางไกล และการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น ทั้ง ยังสามารถใช้ร่วมกันกับการเรียนการสอนในชั้นเรียน ที่ครูกับนักเรียน พบกัน หรือผสมผสานการเรียนรู้ที่ใช้นวัตกรรมหลากหลายรูปแบบเข้าด้วยกัน ที่เรียกว่า Blended learning ผู้ริเริ่มการเรียน E-Learning คือ Bernard Luskin argues บทบาทของครูผู้สอนที่จำเป็น ในการสอน แบบ e-learning และ Blended learning คือ การกำหนดแนวทางการปฏิรูปการเรียนรู้ ที่ช่วยให้ผู้เรียน เรียนรู้สะดวกขึ้น ครูต้องมีบทบาทในการช่วยเหลือให้นักเรียนมีทักษะที่จำเป็นสำหรับการใช้เทคโนโลยี การเข้าถึงอินเตอร์เน็ตและส่งเสริมให้พวกเขาเป็นผู้เรียนที่มีอิสระ Blended learning ทำให้ครูผู้สอน และนักเรียน ปรับตัวเข้าหากัน ในการสอนแบบใหม่ และ ประโยชน์ ของ e-Learning ที่สำคัญ คือการช่วยลดผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม เพราะไม่ต้องเดินทาง ไม่ต้องใช้กระดาษ มีค่าใช้จ่ายต่ำ และมีความสะดวก และยืดหยุ่นในการกำหนดตารางเวลา เรียน แต่บางส่วนก็มีข้อเสีย กล่าวคือ เรื่องของการเข้าถึงคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต http://en.wikipedia.org/wiki/E-learninglearning ,http://en.wikipedia.org/wiki/Blended_learning